Pages - Menu

Showing posts with label ด้วงน้ำมัน. Show all posts
Showing posts with label ด้วงน้ำมัน. Show all posts

Sunday, July 7, 2013

ด้วงน้ำมันดำแถบขาวกำลังบุกกินพืชตระกูลถั่ว

epicauta-waterhouseif.jpg 
 
Epicauta waterhousei
Haag-Rutenberg  
       
Head is red, other parts are dull black. Elytra bear a broad longitudinal stripe of pubescence yellowish, extending from the humeral angle towards apex of each elytron and with pubescence yellowish, narrowly along the suture, apical and lateral margins.Length 18-20 mm. Distribution: Throughout Thailand (Wiang Pa Pao, Khao Yai).Host: Groundnut, soybean, eggplants, tomato, Amaranthus spp. I found in a large number attacking legume crops at Sarika waterfall at the moment.
         ด้วงน้ำมันดำแถบขาว
มี หัวสีส้มแดง ส่วนอื่นของลำตัวมีสีเทาดำ ปีกมีแถบสีเหลืองอ่อนปนเทาซึ่งเป็นขนอ่อน พาดตามความยาวสองข้างของปีกและที่เส้นกลางปีก เป็นด้วงขนาดยาว 18-24 มิลลิเมตร เพศเมียมีขนาดลำตัวใหญ่กว่า ยาวกว่าเพศผู้ พบทั่วไป มีพืชอาศัยโดยเฉพาะถั่วต่างๆ มะเขือ มะเขือเทศ และผักขม เป็นต้น


mylabris-phalerata1.jpg

Mylabris cichorii
Linnaeus, 1764, a
small to medium size, is black and yellow colored. Head pronotum and elytra are dull black, the last with two broad yellow transverse bands at anterior half and posterior half, a narrow yellow band near the base not reaching the suture or the lateral margins. Length 11-17 mm.Distribution: Mediterranean to China and Thailand (Kanchanaburi, Chiang Rai). Host: Adults usually found feeding on pollens of many kinds of flowers.?Another close realated species, Mylabris phalerata Pallas, 1781, a larger size, is?black and yellow species. It is very similar to the former species in colors and appearance, but easy recognized by its larger sizes. The narrow yellow band near the base usually separated into two spots while those of the former interrupted by a narrow black sutural stripe. Length 25-34 mm. Distribution: Throughout Thailand. Host: Soybean, mung-bean, groundnut, cucurbits.
        
ด้วงน้ำมันเหลืองดำ งมีสีดำมีแถบสีเหลืองพาดตามขวางที่กึ่งกลางของปีกส่วนหน้าและกึงกลางของปีก ส่วนหลัง นอกจากนี้ยังมีแถบสีเหลืองแคบๆ ใกล้ฐานปีกซึ่งแยกจากกันโดยมีแถบสีดำแคบๆ คั่นตรงกลางปีก ส่วนด้วงน้ำมันเหลืองดำใหญ่ หรือด้วงไฟเดือนห้าซึ่งมีสีและลวดลายเหมือนกันมาก แต่แตกต่างกันที่ขนาดโดยมีลำตัวยาว 25-34 มิลลิเมตรส่วนด้วงน้ำเหลืองดำตัวเล็กมีขนาดเพียง 11-17 มิลลิเมตรเท่านั้น และแถบสีเหลืองใกล้ฐานปีกในด้วงน้ำมันชนิดหลังนี้แยกห่างกันจากกันมาก


mylabis4-450.jpg

 The rainy season is the peak of the occurring of the yellow-banded blister beetles or oil beetles. A popular species of the same family in Europe is known as the spanish-fly. There are two species found in Thailand similar in colored and shaped, but different in sized. The large sized as shown above is Mylabris phalerata (ด้วงไฟเดือนห้า ด้วงน้ำน้ำมันเหลืองดำใหญ่) while the smaller one is Mylabris cichorii (ด้วง น้ำมันเสือเหลือง) Both of them often find together feeding on flowers of legumes, cotton, tomato, eggplants. Because local people get use to eat many kinds of insects, but they may not well aware of these poisonous beetles. Their bodies contain of toxic chemical especially cantharidin. People who eat them and obtain the exceeded limit of this chemical may die or serious ill.
 
ด้วง น้ำมันมักจะพบในปริมาณมากในช่วงฤดูฝน ด้วงน้ำมันชนิดที่พบในยุโรปและรู้จักกันดีมีชื่อว่า แมลงวันสเปญ ในประเทศไทยพบด้วงน้ำมันสีเหลืองดำอยู่ 2 ชนิดคือ Mylabris phalerata (ด้วงไฟเดือนห้า ด้วงน้ำน้ำมันเหลืองดำใหญ่) และอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีขนาดเล็กกว่าคือ Mylabris cichorii (ด้วงน้ำมันเสือเหลือง) ด้วง น้ำมันทั้งสองชนิดอาจจะพบอยู่ด้วยกัน ชอบกัดกินดอกของพืชหลายชนิดได้แก่พืชตระกูลถั่ว ฝ้าย มะเขือเทศ และมะเขือเป็นต้น ด้วยเหตุที่ชาวบ้านมักคุ้นเคยกับการจับแมลงมาปรุงเป็นอาหาร แต่อาจจะไม่ทราบว่าด้วงน้ำมันมีสารพิษอยู่ในตัว ถ้ากินเข้าไปเพียงไม่กี่ตัวก็จะได้รับสารพิษมากกว่าค่าปลอดภัย จะไม่สบาย ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายอย่างรุนแรงและอาจถึงตายได้

ผวา!!! "ด้วงน้ำมัน-ด้วงก้นกระดก" มีพิษอาจถึงตาย!!!


เตือน ภัยระวังด้วงน้ำมันและด้วงก้นกระดก เป็นแมลงมีพิษหากสัมผัสหรือตบตีจะถูกสารพิษทำให้เกิดอาการผื่นคันเป็นแผล พุพอง ห้ามกินเด็ดขาดเพราะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยพบด้วงมีพิษทั้ง 2 ชนิดนี้ได้ทั่วไปตลอดทั้งปี ระบุคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเป็นชนิดเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวได้รับข้อความจากอีเมล์ฉบับหนึ่งที่อ้างข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข   เตือนภัยแมลงมีพิษ ชื่อว่า "ด้วงน้ำมัน" ระบุว่า หากด้วงชนิดนี้ไต่ตามร่างกายหรือเพียงแค่สัมผัสก็จะเกิดอาการผื่นคัน   ผิวหนังเป็นแผลพุพอง  ถ้าไม่รีบรักษาแผลจะลุกลามอักเสบอย่างรวดเร็ว   เนื่องจากเป็นด้วงชนิดที่มีสารพิษอยู่ในลำตัว พบได้ตามป่าหญ้าในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด


นาย ทัศนัย   จีนทอง  นักวิจัยด้านแมลง  พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา  องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  อธิบายถึงอันตรายของด้วงน้ำมันว่า  ด้วงน้ำมันเป็นแมลงปีกแข็ง  แต่เมื่อเทียบกับด้วงชนิดอื่น ด้วงน้ำมันจะมีปีกอ่อนกว่าและมีขนาดกลาง  ลักษณะที่สังเกตเห็นได้ง่ายคือ มีแถบสีเหลืองสลับดำอย่างละ 3  แถบขวางปีกคู่หน้า  และที่สำคัญคือ มีสารพิษอยู่ในลำตัว เมื่อด้วงน้ำมันถูกรบกวนจะปล่อยสารพิษออกมาเพื่อป้องกันตัวเอง ถ้าถูกผิวหนังจะเป็นตุ่มพุพองหรือรอยไหม้ได้
"แมลง ด้วงน้ำมันพบได้ทั่วไปในเมืองไทย  ช่วงเดือนธันวาคมจะออกมาเยอะมาก ส่วนแหล่งอาศัยและหากินจะพบตามต้นพืช เช่น ต้นโสน ต้นถั่วและต้นฝ้าย โดยปกติแล้วจะไม่กัดคน หากไม่ไปตบตีก็ไม่เป็นอันตราย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรรับประทาน เพราะจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เพราะเคยเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับคนภาคเหนือที่ไปจับมาทอดกินแล้วเสียชีวิต เมื่อหลายปีก่อน" นายทัศนัยกล่าว
ด้าน  นพ.พงพันธุ์  วงศ์มณี  รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ยังไม่มีรายงานว่าด้วงน้ำมันระบาดเข้ากรุงเทพฯ ไม่มีผู้ใดนำด้วงมีพิษชนิดนี้ส่งให้เราตรวจสอบ  เนื่องจากพบได้ทั่วไปตลอดทั้งปีอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เดือนธันวาคมเท่านั้น   อย่างไรก็ตาม   นอกจากด้วงน้ำมันที่มีพิษแล้วยังมีด้วงอีกชนิดหนึ่งที่มีสารพิษเช่นเดียวกัน คือ ด้วงก้นกระดก ซึ่งคนทั่วไปเข้าใจผิดว่าเป็นด้วงน้ำมัน


สำหรับ ลักษณะด้วงก้นกระดกนั้นจะมีขนาดเล็กกว่า   มีความยาวเพียง 4-7 มิลลิเมตร บริเวณช่วงท้องยาวโผล่ออกมานอกปีกและมักจะกระดกขึ้นๆ ลงๆ   ชอบอาศัยตามกองมูลสัตว์  กองไม้ และบินเข้ามาเล่นแสงไฟในบ้านเรือน  มีสารพิษชื่อว่า  เพเดอริน ซึ่งทำให้เกิดอาการผื่นคัน ผิวหนังบวมอักเสบ หากถูกดวงตาทำให้ตาบอดได้
"ขณะที่อันตรายของด้วงน้ำมันคือ  มีสารพิษชื่อว่า  แคนทารีดิน  ที่มีฤทธิ์ต่อเลือด  กระตุ้นประสาท หากรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้  อาเจียน  ท้องเสีย อุจจาระร่วง ปัสสาวะเป็นเลือด และเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว  วิธีป้องกันอันตรายหากถูกสารพิษคือ  ให้รีบล้างน้ำสะอาดหรือเช็ดด้วยแอมโมเนียออกทันที   และห้ามนำด้วงทั้ง 2 ชนิดมาบริโภคเด็ดขาด" รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวเตือน.

ด้วงน้ำมัน..แมลงมีสารพิษ


Pic_52876

ด้วงน้ำมัน เป็นแมลงปีกแข็ง ตัวดำ ขาดำและหนดดำ พบได้ทั่วประเทศ  จะเริ่มระบาดมากในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน...  

เมื่อราวเดือนธันวาคม พ.ศ.2547 แถวๆจังหวัดทางภาคเหนือ...ได้เกิดมีแมลงชนิดหนึ่งกัดคนจนเกิดเป็น แผลลุกลามถึงขั้นเสียชีวิต...!!

แล้ว ก็ทราบในภายหลังว่าแมลงตัวนี้ คือ...ด้วงน้ำมัน (Blister beetle) มีชื่อวิทยาศาสตร์ Mylabris phalerata Pall. หรือชาวบ้านเรียกว่า ด้วงโสน ด้วงไฟถั่ว... 

จัดเป็นแมลงปีกแข็ง ลำตัวมีขนาดกลาง ยาวประมาณ 2.5 ซม. กว้างประมาณ 1 ซม. ตัวสีดำ ขาสีดำ หนวดสั้นสีดำ 



ด้วงน้ำมันด้านหน้า


...บริเวณ ปีกมีแถบสีเหลืองส้มพาดขวาง 3 แถบ ขวางปีกคู่หน้า ปลายปีกสีดำ ปีกคู่หน้าสีดำ มีขีดสีเหลืองตามยาวขอบปีกข้างละขีด ส่วนหัวสีแดง และ อกมีขนาดเล็กกว่าลำตัว

สามารถพบเห็นได้ทั่วประเทศ (แต่ในกรุงเทพมหานครยังไม่ปรากฏว่ามีใครพบตัวมัน) โดยเริ่มพบตั้งแต่ เดือนเมษายน จะพบระบาดมากในระหว่าง เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน  

สำหรับ ชีวประวัติของด้วงน้ำมัน นี้...นักวิจัยยังไม่ได้ทำการศึกษาอย่างละเอียด ทราบแต่เพียงว่า ตัวเมียวางไข่ในดิน หลังจากไข่ฟักออกเป็นตัวหนอน ตัวหนอนของด้วงน้ำมันเป็นแมลงห้ำ คอยหาไข่ตั๊กแตนกินเป็นอาหารจนโต เมื่อเข้าดักแด้ในดินแล้ว ก็จะบินไปหากิน พืชตระกูลถั่ว หรือต้นฝ้าย กระเจี๊ยบแดง ปอแก้ว ตลอดจนไม้ดอกชนิดต่างๆ



ด้านข้าง


นอก จากจะเป็น  ศัตรูตัวฉกาจพันธุ์พืช ของเกษตรกรแล้ว ยังเป็น อันตรายต่อมนุษย์ เราได้มากอีกด้วยเพราะมันมี สารพิษอยู่ในลำตัว เมื่อถูกรบกวนจะปล่อยสารพิษออกมาเพื่อป้องกันตัวเอง

...ซึ่งสารพิษ นี้มีชื่อว่า...แคนทารีดิน มีลักษณะเป็นของเหลวสีเหลืองอ่อนคล้ายน้ำมัน ใน ด้วงน้ำมัน 1 ตัวจะมีสารแคนทารีดินประมาณ 6�7 มิลลิกรัม... 

หากโดน ผิวหนังจะทำให้เป็น แผลผื่นพุพอง ปวดแสบปวดร้อน ยิ่งเกาก็จะยิ่งทำให้ลามไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อเกามือก็จะเลอะสารนี้ ยิ่งไปสัมผัสบริเวณอื่นก็จะแพร่กระจายไป

...ส่วนใครรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อุจจาระร่วง ปัสสาวะเป็นเลือด และเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว
วิธี ป้องกันอันตราย หากเผลอไปโดนเข้าก็ให้รีบล้างมือให้สะอาดโดยเร็ว หรือเช็ดด้วยแอมโมเนียออกทันที เพื่อป้องกันการลุกลาม และควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยใช้ผงถ่านดูดซับสารพิษ จากนั้นก็รักษาระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลวและอาการช็อก ให้เลือดและน้ำเกลือเข้าทางเส้นเลือดดำ และป้องกันอันตรายที่เกิดกับไต โดยทำให้มีการถ่ายปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น

เกษตรกรที่พบเห็นด้วงน้ำมัน มา รบกวนแปลงปลูกพืช และ หาก มีปริมาณมากผิดปกติ นักวิชาการได้แนะนำให้ใช้สาร carbaryl 0.1% (Sevin 85% WP) พ่น 1-2 ครั้ง ทุก 7-10 วัน มันก็จะเสียชีวิตไปในที่สุด

และล่าสุดในปีนี้ก็พบว่า มีการระบาดขึ้นมากอีก...ใครที่รู้แล้วก็ควรระมัดระวัง อยู่ให้ห่างๆมันจะดีกว่า และโดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีเด็กๆที่ชอบไปเดินเล่นในแปลงผัก...อย่าเผลอเด็ด ขาด

...หากสัมผัสกับมันก็ปฏิบัติตามขั้นตอนที่บอกไว้...ก็จะปลอดภัย...!! 

ไชยรัตน์  ส้มฉุน